8 วิธีการนำเปลือกไข่มาใช้ประโยชน์ของคนญี่ปุ่น

8 วิธีการนำเปลือกไข่มาใช้ประโยชน์ของคนญี่ปุ่น

คนไทยเรานำเปลือกไข่มาใช้ประโยชน์มากมาย แต่มาดูวิธีการนำเปลือกไข่มาใช้ประโยชน์แบบคนญี่ปุ่นกันนะคะ เผื่อว่าจะได้นำไปใช้ประโยชน์เพิ่มจากที่เราเคยรู้มาแล้ว

1. ใช้ปลูกต้นไม้เล็กๆ ประดับบ้าน

คนญี่ปุ่นใช้เปลือกไข่ปลูกต้นไม้เพื่อประดับบ้านเพิ่มความเก๋จากเปลือกไข่และต้นไม้ นอกจากจะไม่ทำให้น้ำรั่วเปื้อนที่วางแล้วเปลือกไข่ยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อต้นไม้และคงสภาพให้ต้นไม้มีขนาดเล็กคล้ายบอนไซเพราะจำกัดพื้นที่การเจริญเติบโตของต้นไม้ นอกจากปลูกต้นไม้เล็กๆ แล้ว เปลือกไข่ก็ยังเหมาะในการปลูกแคคตัสเก๋ๆ ไว้ประดับบ้านและต้นอ่อนหัวไชเท้าไว้รับประทาน เป็นต้น

2. ใช้ทำความสะอาดภาชนะปากแคบ

ปัญหาการทำความสะอาดภาชนะปากแคบ เช่น กระติกน้ำ ขวด หรือแจกัน จะหมดไป เพียงแค่นำเปลือกไข่ตำหยาบๆใส่ลงไปในภาชนะปากแคบ ใส่น้ำลงไปเล็กน้อยและเขย่า จากนั้นนำมาล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง

3. ใช้ไล่ศัตรูพืช

เพียงแค่นำเปลือกไข่ตำหยาบๆ โรยรอบต้นไม้ก็จะป้องกันไม่ให้หอยทากและตัวบุ้งมากัดกินใบของต้นไม้ได้ เนื่องจากหอยทากและตัวบุ้งไม่ชอบขอบของเศษเปลือกไข่

4. ใช้เป็นปุ๋ยให้แก่พืช

เปลือกไข่อุดมไปด้วยแคลเซียมซึ่งช่วยให้พืชงอกงามและเจริญเติบโตได้ดี วิธีการนำเปลือกไข่มาเป็นปุ่ยพืชทำง่ายเพียงนำเปลือกไข่มาล้างตากให้แห้งและตำให้เป็นผงละเอียดแล้วจึงนำไปโรยบนดินปลูกพืช

5. ใช้ทำความสะอาดคราบติดแน่นบนเสื้อผ้า

การนำเปลือกไข่ต้มในน้ำพร้อมกับเสื้อผ้า จะทำให้น้ำกลายเป็นด่างซึ่งจะช่วยชะล้างคราบสกปรกติดแน่นออกจากเสื้อผ้าได้ง่าย

6. ใช้ขัดรอยไหม้บนภาชนะหุงต้ม

เพียงใช้เปลือกไข่ตำละเอียดขัดรอยไหม้บนหม้อหรือกระทะด้วยฟองน้ำก็จะทำให้สามารถขจัดรอยไหม้บนหม้อและกระทะออกได้

รอยไหม้ใต้หม้อก่อนขัดด้วยเปลือกไข่
หม้อหลังขัดด้วยเปลือกไข่

7. ผสมกับรำข้าวสำหรับดองผัก

ในฤดูร้อนการหมักผักในรำข้าวนั้นจะเปรี้ยวเร็วมากเนื่องจากแลกติกแอซิด แบคทีเรียเจริญได้ดีและผลิตกรดแลกติกได้อย่างรวดเร็ว การใส่เปลือกไข่ตำละเอียดลงไปผสมกับรำข้าวเพื่อดองผัก จะทำให้กรดแลกติดที่ผลิตได้ไปทำปฏิกิริยากับแคลเซียมในเปลือกไข่ ส่งผลในการลดความเปรี้ยวของผักดองและทำให้ผักดองอร่อยยิ่งขึ้น

 

8. ช่วยให้น้ำมันสำหรับทอดอาหารสะอาด

น้ำมันที่ผ่านการทอดหลายครั้งมักจะมีสีดำ การใส่เปลือกไข่ที่บุบพอแตกลงไปในน้ำมันเล็กน้อย เปลือกไข่จะดูดซึมเอาสีดำที่เกิดขึ้นในน้ำมันไว้ ทำให้น้ำมันสะอาดขึ้น

ได้รู้วิธีการนำมาใช้ประโยชน์มากมายของเปลือกไข่แล้ว แทนการทิ้งให้ไร้ค่าก็ลองนำไปใช้ประโยชน์ดูนะคะ แต่มีข้อควรระวังหน่อยนึงคือ หากนำมาดองผักก็ควรล้างเปลือกไข่ให้สะอาดและตากแดดให้แห้งก่อนนำมาใช้ค่ะ

สล็อตเว็บตรง

วิธีจัดการความเครียดของแต่ละกรุ๊ปเลือด

วิธีจัดการความเครียดของแต่ละกรุ๊ปเลือด

เพื่อนๆ มีวิธีจัดการกับความเครียดกันยังไงบ้างคะ วันนี้มีคําทํานายสไตล์ญี่ปุ่นที่มาเผยวิธีเผชิญหน้ากับความเครียดของแต่ละกรุ๊ปเลือดมาฝากกันค่ะ เผื่อใครจะนําไปปรับใช้เองหรืออาจจะเอาไว้รับมือกับเพื่อนหรือคนรักเวลาที่เค้ากําลังตกอยู่ในความเครียดได้ด้วยนะ ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

กรุ๊ปเลือดเอ
คนกรุ๊ปเอที่มักจะเข้มงวดกับตัวเอง เวลาเครียด คนกรุ๊ปเอก็จะไม่หันไปพึ่งใคร จมอยู่กับความเครียดตามลำพัง แต่ก็มองออกแหละว่าเครียดอยู่ ทําหน้าตาหม่นหมองซะขนาดนั้น จึงมักจะมีคนเข้าไปทัก ถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง บางทีก็ทําให้คนกรุ๊ปเอที่ไม่ชอบพึ่งพาใครลังเลไม่แน่ใจว่าจะเข้าไปปรึกษาดีมั้ยหรือยังไง ลึกๆ ก็อยากให้ใครมาปลอบมาให้กำลังใจละนะ

กรุ๊ปเลือดบี
คนกรุ๊ปบีที่แม้จะมีเรื่องเครียดๆ ให้คิดมากแค่ไหนก็จะไม่แสดงออกมาเพราะไม่อยากให้ใครต้องเป็นห่วง จะทําเป็นร่าเริงกลบเกลื่อนไป พอฝืนให้ตัวเองร่าเริงก็กลับกลายเป็นว่าจิตใจก็ร่าเริงตามไปด้วยซะงั้น แม้จะเจอปัญหาหนักหนาสักเท่าไรก็จะให้กําลังใจตัวเองเพื่อสู้ต่อไป คนกรุ๊ปบีช่างเป็นคนที่เข้มแข็งจริงๆ

กรุ๊ปเลือดโอ
คนกรุ๊ปโอที่มีนิสัยง่ายๆ สบายๆ เมื่อไรที่เจอเรื่องเครียด คนกรุ๊ปโอก็เลือกที่จะกิน เมื่อไรที่ได้กินของอร่อยก็จะทําให้อารมณ์ดี ไม่ว่าจะเป็นของหวาน เครื่องดื่มพวกแอลกอฮอล์ หรืออาหารโปรดของคนกรุ๊ปโอ กินให้จุใจกินให้พุงกางกันเลยทีเดียว แล้วความเครียดที่มีก็จะหายไปเป็นปลิดทิ้ง แต่หลังจากนั้นก็จะมาเศร้ากับนํ้าหนักที่เพิ่มขึ้นจากการกินของอร่อยนั่นแหละ เป็นแบบนี้ประจําวนไปจ้า

 

กรุ๊ปเลือดเอบี
คนกรุ๊ปเอบีที่มีนิสัยสุขุม ใจเย็น เวลาที่เจอเรื่องเครียดๆ ก็จะทําตัวเหมือนเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เอาสิ่งที่ทําเป็นประจําในชีวิตประจําวันมาปรับใช้ในช่วงที่เครียดๆ ทําอย่างอื่นไปเดี๋ยวก็ลืมไปเอง อยู่ที่ทํางานก็อยู่หน้าจอทํานั่นทํานี่ไป อยู่บ้านก็ทําความสะอาดไป หาอะไรทําไปจะได้ลืมๆ ความเครียด ช่วงเครียดๆ บ้านของคนกรุ๊ปเอบีก็จะสะอาดเอี่ยมอ่องเลยละ

สล็อตเว็บตรง

ความลับที่น่ารักของรัคโคะหรือนากทะเลจากมุมมองของคนญี่ปุ่น

ความลับที่น่ารักของรัคโคะหรือนากทะเลจากมุมมองของคนญี่ปุ่น

นากทะเลเป็นหนึ่งในสัตว์ที่คนญี่ปุ่นรู้สึกว่าน่ารักมาก มารู้ความลับที่น่ารักของนากทะเลจากมุมมองของคนญี่ปุ่นกันนะคะ

นากทะเลเป็นสัตว์จำพวกไหน

นากทะเลหรือรัคโคะ (ラッコ, Rakko) มีชื่ออังกฤษว่า Sea otter และชื่อวิทยาศาสตร์ Enhydra lutris เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเลที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งตอนเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือของมหาสมุทรแปซิฟิก และถูกนำมาเลี้ยงไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในญี่ปุ่น ได้แก่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่จังหวัดอิชิคาว่า (Ishikawa) มิเอะ (Mie) วาคายาม่า (Wakayama) เฮียวโกะ (Hyogo) และฟุกุโอกะ (Fukuoka) และสามารถไปดูนากทะเลตามธรรมชาติที่ทางตอนเหนือของจังหวัดฮอกไกโดได้ ในวัยเจริญพันธุ์นากจะมีน้ำหนักประมาณ 14–45 กิโลกรัม และมีขนที่หนาแน่น นากทะเลกินอาหารทะเล เช่น ปลา หอยเม่น หอยอาวาบิ หอยสองฝา หอยเชลล์ ปู ปลาดาว และสาหร่ายทะเล เป็นต้น

ความลับที่น่ารู้ของนากทะเล

กินเก่ง

นากทะเลกินอาหารประมาณ ¼ ของน้ำหนักตัว ที่เป็นเช่นนี้เพราะนากทะเลไม่มีไขมันสะสมไว้ในชั้นผิวใต้ขน ดังนั้นจึงต้องการพลังงานจากการกินอาหารเพื่อรักษาอุณหภูมิของร่างกายไว้ หากกินอาหารไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายจะทำให้นากทะเลตายได้

มีขนหนาแน่นมาก

นากทะเลเป็นสัตว์ที่มีขนหนาแน่นมากที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม นากทะเล 1 ตัวมีขนประมาณแปดพันล้านเส้น การมีขนหนาแน่นทำให้อากาศถูกกักอยู่ระหว่างเส้นขนทำให้นากลอยน้ำได้ง่าย อีกทั้งขนที่เยอะจะช่วยรักษาอุณหภูมิในร่างกายของนากทะเลให้คงที่เมื่อต้องอยู่ในน้ำที่เย็นมาก

เป็นสัตว์ที่รู้จักใช้อุปกรณ์ในการกินอาหาร

นากมีอุ้งมือที่สามารถจับสิ่งของได้และเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใช้หินทุบเปลือกหอยบนหน้าอกตัวเองเพื่อกินเป็นอาหาร

มีหินเป็นอุปกรณ์ส่วนตัว

นากทะเลแต่ละตัวจะมีความชอบหินที่ใช้ทุบเปลือกหอยเป็นส่วนตัวไม่เหมือนกัน นากบางตัวจะติดหินที่ใช้เป็นอุปกรณ์มากซึ่งอาจจะพกพาโดยวางไว้ที่ส่วนของผิวหนังที่ยื่นออกมาเหมือนถุงใต้รักแร้หรือวางไว้บนชายฝั่งในตำแหน่งที่จดจำได้ นากทะเลบางตัวมีความภูมิใจในหินมากขนาดที่เอามาอวดเพื่อนนากด้วยกัน หากหินสำคัญหายนากบางตัวถึงกับซึมเศร้าไม่เป็นอันกินอาหารอีกต่อไป

เหตุผลที่นากเอามือปิดตา

หลายครั้งมักจะเห็นรูปนากทะเลนอนลอยตัวหงายท้องเอาอุ้งมือปิดตาประหนึ่งตั้งท่าให้ถ่ายรูป จริงแล้วอุ้งมือที่ไม่มีขนทำให้นากหนาวจากน้ำที่เย็น การเอามือปิดตาก็เพื่อให้มืออุ่นขึ้นและร่างกายจะได้อุ่นตามด้วย

เอาสาหร่ายทะเลพันท้องเวลานอน

ในธรรมชาตินากทะเลมักเอาสาหร่ายมาพันท้องไว้ในช่วงเวลาที่นอนหลับ เพื่อป้องกันไม่ให้คลื่นชะพวกมันลงทะเล สำหรับนากที่ถูกเลี้ยงไว้ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำจะนอนจับมือกันนั้นเป็นเพราะสัญชาตญาณจากธรรมชาตินั่นเอง

รู้หรือไม่? จริงๆ คำว่า “รัคโคะ” ไม่ใช่คำญี่ปุ่น แต่เป็นคำจากภาษาไอนุ!

ที่จริงแล้ว คำว่า “รัคโคะ” ที่คนญี่ปุ่นใช้เรียกนากทะเลนั้นไม่ใช่คำจากภาษาญี่ปุ่น แต่เป็นคำจากภาษาชนเผ่าไอนุ ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองในพื้นที่ตอนเหนือของโทโฮคุและฮอกไกโดของญี่ปุ่น ซึ่งนอกจาก “รัคโคะ” แล้ว คำว่า “โทนาไค” ที่แปลว่ากวางเรนเดียร์ยังเป็นคำจากภาษาไอนุที่คนญี่ปุ่นใช้กันทั่วไปอยู่ทุกวันนี้อีกด้วย! ถึงอย่างนั้น คำว่า “รัคโคะ” ก็ยังฟังดูน่ารักสไตล์ญี่ปุ่นจนลืมไปเลยว่าเป็นคำภาษาอื่นได้อย่างง่ายดาย

 

ได้รู้ความลับที่น่ารักของนากทะเลแล้วทำให้รู้สึกอดหลงรักพวกมันไม่ได้ใช่มั้ยคะ ไว้มาญี่ปุ่นคราวหน้าอย่าพลาดไปดูนากทะเลกันนะคะ

UFABET เว็บตรง

เคล็ดลับค้นหาตัวเองง่ายๆ ของแต่ละราศีปี 2021!

เคล็ดลับค้นหาตัวเองง่ายๆ ของแต่ละราศีปี 2021!

ปี 2021 เป็นปีที่ดีที่จะเริ่มต้นสิ่งใหม่ให้ตัวของคุณเอง โดยโฟกัสที่ตัวคุณเองเท่านั้น และถ้าหากคุณรู้ว่าคุณเองอยากทำอะไรในปี 2021 นี้ ก็ถือเป็นการเปิดเส้นทางที่จะพาคุณไปยังอนาคตที่ตามหา โดยบทความนี้มีการจัดอันดับวันเกิดตามกลุ่มดาวหรือราศี และมีคำแนะนำแบบญี่ปุ่นถึงสิ่งที่คุณควรรู้และควรทำในปี 2021 อีกด้วย ไปอ่านกันเลยค่ะ

อันดับที่ 1 ราศีกุมภ์ (เดือนมกราคม 20 – เดือนกุมภาพันธ์ 18)

ในปี 2021 เป็นปีที่คุณสามารถค้นหาสิ่งที่คุณต้องการ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเต็มรูปแบบของชาวราศีกุมภ์ เป็นปีแห่งการโฟกัสที่ตัวคุณเอง มองหาหนทางที่จะสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ และจะนำพาคุณไปถึงอนาคตที่คุณหวังไว้ บางเส้นทางที่คุณตัดสินใจเลือกอาจจะง่าย แต่ก็อาจจะไม่สนุก แต่สิ่งที่อยากทำจริงๆ มันซ่อนอยู่ในหนทางที่ทำให้คุณรู้สึกสนุก แต่นั้นก็หมายความว่ามันไม่ง่ายนั่นเอง

อันดับ 2 ราศีสิงห์ (เดือนกรกฎาคม 23 – เดือนสิงหาคม 22)

เป็นปีที่คุณจะใช้ชีวิตในแบบที่เหมาะสมกับวัยของคุณเอง คุณจะเริ่มต้นทำอะไรบางอย่างแบบไม่สนใคร คุณกำลังค้นหาสิ่งที่คุณต้องการทำ และในปีนี้คุณเองก็จะมีโอกาสพัฒนาสิ่งที่คุณต้องการทำให้เป็นจริงอีกด้วย เป็นปีแห่งความต่อเนื่องและทำมันจนสำเร็จ แต่ถ้าใครยังไม่พบให้ลองมองหาสิ่งที่ทำให้คุณตื่นเต้น แล้วคุณจะพบสิ่งที่คุณอยากทำซ่อนอยู่ในนั้น

อันดับ 3 ราศีตุลย์ (เดือนกันยายน 23 – เดือนตุลาคม 23)

ในปี 2021 คุณจะพบกับสิ่งที่คุณต้องการทำ คุณจะเป็นที่พึ่งและเป็นที่ต้องการของคนรอบข้าง คุณจะพบกับสิ่งที่คุณตามหา หากมีเหตุให้ต้องปฏิเสธใคร พวกเขาก็จะเคารพการตัดสินใจของคุณ และคุณเองก็จะพบว่าคุณมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ หรืออาจจะพบความต้องการจากสิ่งเหล่านั้น

อันดับ 4 ราศีพฤษภ (เดือนเมษายา 20 – เดือนพฤษภาคม 20)

คุณมีแนวโน้มที่จะพบสิ่งที่คุณต้องการทำมากขึ้นเพราะคุณสามารถเลือกที่จะก้าวไปข้างหน้าหรือเปลี่ยนแปลงได้ คนราศีนี้มักไม่แสวงหาการเปลี่ยนแปลงมากนัก แต่การเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึงในปีนี้จะเป็นโอกาสและจุดเปลี่ยนในชีวิต คุณจะตัดสินใจตามความพึงพอใจของคุณได้โดยง่ายเมื่อการเปลี่ยนแปลงมาถึง

อันดับที่ 5 ราศีเมถุน (เดือนพฤษภาคม 21 – เดือนมิถุนายน 21)

มีโอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลง หรือย้ายไปยังสถานที่ใหม่ๆ ทำให้เจอสิ่งที่ต้องการทำมากขึ้น สถานการณ์จะดีขึ้น ดังนั้นชาวราศีเมถุนควรตั้งเป้าหมายของตัวเองให้สูงขึ้น ต้องไม่ลังเลที่จะตัดสินใจเลือก ตอบคำถามของตัวเองอย่างแนวแน่ แล้วตัวคุณก็จะได้ย้ายไปอยู่ในที่ๆ ดีมากขึ้น

อันดับ 6 ราศีมีน (เดือนกุมภาพันธ์ 19 – เดือนมีนาคม 20)

คุณจะมีทางเลือกมากขึ้นในชีวิต การสื่อสารเป็นไปด้วยดี และจะทำให้คุณค้นพบสิ่งที่ต้องการทำ ภาพของสิ่งที่คุณวางแผนไว้กำลังจะเกิบโต ก้าวหน้ากว่าเดิม ไม่ควรทิ้งปัจจัยต่างๆ ที่ตัวคุณมีอยู่แล้ว สนใจสถานการณ์ของตัวเอง ทำสิ่งที่เราหวังให้เป็นจริง ไม่ต้องสนใจคนรอบข้างหรืออิจฉาใคร

อันดับที่ 7 ราศีเมษ (เดือนมีนาคม 21 – เดือนเมษายน 19)

ราศีเมษเป็นอีกหนึ่งราศีที่จะพบกับการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่คุณต้องเปลี่ยนแล้วจะพบสิ่งที่คุณต้องการทำ ถ้าคุณทนกับสภาพแวดล้อมเดิมๆ คุณก็ต้องอยู่กับสิ่งที่ไม่ต้องการทำ ให้คุณลองมองไปยังอนาคตข้างหน้าของตัวเองแล้วถามตัวเองว่า คุณโอเคที่จะอยู่แบบเดิมหรือจะเดินหน้าเปลี่ยนเส้นทางของคุณใหม่ ตัวคุณต้องตัดสินใจเอง

อันดับที่ 8 ราศีธนู (เดือนพฤศจิกายน 23 – เดือนธันวาคม 21)

คุณจะได้พบสิ่งที่คุณต้องการทำ เมื่อคุณโยกย้ายไปอยู่ที่ใหม่ๆ สิ่งที่คุณอยากทำมาพร้อมกับความอยากรู้อยากเห็น ดังนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่จะโยกย้ายไปตามทางของตัวเอง ยอมรับความท้าทาย จะทำให้คุณพบกับเรื่องสนุกๆ ที่เกิดขึ้นทีละนิด

อันดับที่ 9 ราศีมังกร (เดือนธันวาคม 22 – เดือนมกราคม 19)

คุณเข้าใจถึงความเป็นไปได้ในอนาคตของตัวเอง งานที่ทำ เรื่องที่คุณอยากทำจะเป็นที่ยอมรับ สิ่งที่คุณต้องการทำจริงๆ ก็คือเรื่องที่คุณกำลังทำอยู่ อาจะลองมองหาความเป็นไปได้จากการไปร่วมมือทำอะไรกับใคร หรือการให้ความช่วยเหลือคนอื่นๆ จะทำให้ไปถึงสิ่งที่คุณต้องการได้เร็วขึ้น

อันดับที่ 10 ราศีกรกฎ (เดือนมิถุนายน 22 – เดือนกรกฎคม 22)

ปีนี้เป็นปีที่ยากสำหรับคุณในการค้นหาสิ่งที่คุณต้องการทำ สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ตอนนี้คือสิ่งที่คุณต้องการทำ เราอยากให้คุณปล่อยตัวปล่อยใจตั้งใจทำให้ดี ในปีนี้คุณจะเจอสิ่งที่คุณต้องการทำในสถานที่ที่ไม่คาดคิด

อันดับที่ 11 ราศีพิจิก (เดือนตุลาคม 24 – เดือนพฤศจิกายน 22)

ราศีพิจิกก็เป็นราศีที่ยากที่จะค้นหาสิ่งที่คุณต้องการทำในปี 2021 นี้ เนื่องจากคุณมีหน้าที่ที่ต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นการโฟกัสกับสิ่งที่ทำอยู่ก็อาจจะพาความมั่นคงและความสุขมาให้คุณได้ อาจจะมองหามุมมองที่แตกต่างจากหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบดู แล้วคุณอาจจะพบสิ่งที่คุณอยากทำก็เป็นได้

อันดับที่ 12 ราศีกันย์ (เดือนสิงหาคม 23 – เดือนกันยายน 22)

ปีนี้เป็นปีที่คุณจะทำหลายๆ อย่างจนยากที่จะค้นพบสิ่งที่ตัวคุณอยากทำจริงๆ อาจมีแนวโน้มที่คุณจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาตัวเอง และเกิดความคาดหวังที่มากตามไปด้วย ถ้าจะให้ดีลองถามตัวเองว่าสิ่งที่คุณทำอยู่คือสิ่งที่คุณต้องการทำจริงๆ หรือไม่

 

ตัวเราอยากทำอะไร มีความฝันอะไร คงมีแค่เราที่ตอบคำถามนี้ได้ อยากให้ทุกคนเชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง กล้าที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการโดยที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ผิดพลาดก็ไม่เป็นไรเพราะเราเริ่มใหม่ได้ทุกวันอยู่แล้ว ขอให้ปีนี้ผู้อ่านของเราในทุกราศีได้ทำในสิ่งที่รักนะคะ

สล็อตเว็บตรง

Bandai เตรียมวางจำหน่ายของเล่นสำหรับทำข้าวห่อสาหร่ายลายดาบพิฆาตอสูร

Bandai เตรียมวางจำหน่ายของเล่นสำหรับทำข้าวห่อสาหร่ายลายดาบพิฆาตอสูร

กระแสความนิยมแอนิเมชัน Kimetsu no Yaiba หรือดาบพิฆาตอสูรถือว่ายังแรงดีไม่มีตกเลยจริง ๆ ออกสินค้าพิเศษอะไรมา แฟน ๆ ก็พร้อมรอเปย์ ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าเสมอ รอบนี้บริษัทของเล่นยักษ์ใหญ่อย่าง Bandai พร้อมเปิดวางจำหน่ายของเล่นสำหรับเด็ก ที่ต้องถูกใจผู้ใหญ่ที่รักการทำอาหารอย่างแน่นอน นั่นก็คือ เครื่องช่วยทำข่าวห่อสำหร่ายลายคาแรคเตอร์ต่าง ๆ จากเรื่องดาบพิฆาตอสูรนั่นเอง


ของเล่นสำหรับทำอาหาร หรือ Cooking Toy ที่บริษัท Bandai จะเปิดตัวในครั้งนี้มีชื่อว่า Kururin Makki Kimetsu no Yaiba (くるりんまっきー鬼滅の刃) เริ่มวางจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 24 เมษายนเป็นต้นไป โดยจะมีวางจำหน่ายทั้งที่หน้าร้านตัวแทนจำหน่ายและในเว็บไซต์ออนไลน์ สนนราคาอยู่ที่ 5,478 เยน หรือราว 1,600 บาท

ภายในกล่องก็จะมีตัว Kururin Makki Kimetsu no Yaiba พร้อมคู่มือที่อธิบายว่าถ้าจะทำข้าวห่อสาหร่ายลวดลายคาแรคเตอร์ไหนต้องทำอย่างไรบ้าง สำหรับวิธีการทำก็ไม่ซับซ้อนเลย เพียงแค่ใส่ข้าวและวัตถุดิบต่าง ๆ ตามคู่มือเข้าไปในตัวของเล่น แล้วก็หมุนคันโยก เพียงเท่านี้ก็จะได้ข้าวห่อสาหร่ายสุดน่ารักลายตัวละครดาบพิฆาตอสูรในดวงใจของเพื่อน ๆ แล้ว โดยคู่มือที่แนบมาในกล่องมีสูตรสำหรับทำข้าวห่อสาหร่ายได้ถึง 13 ชนิดเลย นอกจากนี้ยังมีแบบสำหรับใช้ตัดวัตถุดิบตกแต่งอย่าง สาหร่าย แฮม เป็นต้น มาให้อีกด้วยนะ

 

เป็นอีกหนึ่งของเล่นที่เชื่อได้เลยว่าจะต้องถูกใจผู้ใหญ่ที่รักการทำอาหารหรือชอบทำอาหารญี่ปุ่น รวมไปถึงแฟน ๆ ของดาบพิฆาตอสูรอย่างแน่นอน แถมยังเป็นของเล่นที่ช่วยให้คุณพ่อคุณแม่และลูก ๆ ได้มีกิจกรรมสนุกทำร่วมกันได้อีกนะคะ

สล็อตเว็บตรง

ขอแนะนำบทความนี้ด้วย:

  1. Bandai Candy วางจำหน่ายไอเท็มตกแต่งอาหารในธีม “ดาบพิฆาตอสูร”
  2. 26.12.2020-ANIPOD เม้ามอยอนิเมะ EP1 Kimetsu no Yaiba: Mugen Train
  3. 16.1.2021-ANIPOD เม้ามอยอนิเมะ EP3 เจาะลึกลมปราณใน Kimetsu no Yaiba
  4. ทางเข้าออฟฟิศที่เจ๋งที่สุดในโลกของบริษัท Bandai!【Video】
ส่องชีวิตนกนางแอ่นญี่ปุ่นและวิธีการอพยพกลับมายังรังเดิมของพวกมัน

ส่องชีวิตนกนางแอ่นญี่ปุ่นและวิธีการอพยพกลับมายังรังเดิมของพวกมัน

นกชนิดหนึ่งที่คนญี่ปุ่นให้ความเอ็นดูไม่น้อยคือ นกนางแอ่น ซึ่งเป็นนกขนาดเล็กที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่านำโชคมาให้หากพวกมันมาทำรังไว้ที่ชายคาบ้าน มารู้เรื่องราวของนกนางแอ่นญี่ปุ่นและวิธีการอพยพกลับมายังรังเดิมของพวกมันกันนะคะ

รู้ชีวิตนกนางแอ่น

นกนางแอ่นหรือสึบาเมะ (ツバメ) เป็นนกขนาดเล็กที่มีน้ำหนักประมาณ 20 กรัมและบินด้วยความเร็ว 40-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง นกนางแอ่นเป็นนกที่ไม่ชอบความหนาว พวกมันจะอาศัยหาอาหารสืบพันธุ์ในช่วงฤดูใบไม้ผลิของญี่ปุ่น และบินอพยพออกจากญี่ปุ่นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แล้วกลับมาญี่ปุ่นอีกครั้งในช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีถัดไป นกนางแอ่นคู่ผัวเมียจะช่วยกันสร้างรังโดยนำดินโคลนมาเชื่อมด้วยน้ำลายและแปะไว้ตามชายคาบ้านของคนญี่ปุ่น โดยทั่วไปนกจะใช้เวลาสร้างรังประมาณ 12 วัน เพื่อประหยัดเวลาและพลังงานนกนางแอ่นจึงมักจะกลับมาใช้รังเดิมเพื่อวางไข่ในปีถัดๆ ไป

หลังจากวางไข่พ่อและแม่นกจะเปลี่ยนกันฟักไข่ และเมื่อลูกนกฟักเป็นตัวออกมา พ่อแม่นกก็จะช่วยกันหาหนอนและแมลงอย่างแข็งขันเพื่อมาป้อนลูกนกให้เจริญเป็นตัวเต็มวัย ลูกนกกินเก่งมากโดยจะกินอาหารทุกประมาณ 20 นาที นกบางคู่มีลูกดกถึง 4-5 ตัว ดังนั้นคู่นกต้องหากินอย่างแข็งขันเพื่อให้ลูกนกเจริญเติบโต เมื่อลูกนกมีขนขึ้นเต็มตัวพ่อแม่นกก็จะสอนบินและสอนหาอาหาร จากนั้นครอบครัวนกจะบินไปรวมกลุ่มกับนกนางแอ่นตัวอื่นในพื้นที่ใกล้แหล่งน้ำ เพื่อหาอาหารกินสะสมไว้เป็นพลังงานสำหรับการบินอพยพ

ลูกนกนางแอ่น

พอย่างเข้าเดือนกันยายนและตุลาคมของทุกปี หมู่นกนางแอ่นหลักพันถึงหมื่นก็บินจากเกาะคิวชูและโอกินาว่าทางตอนใต้ของญี่ปุ่นไปยังพื้นที่อบอุ่นแถวประเทศมาเลเซียและฟิลิปปินส์ และใช้ชีวิตหากินอยู่ที่นั่น เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิในญี่ปุ่นคู่นกนางแอ่นก็จะบินกลับมาผสมพันธุ์และวางไข่ในรังเดิมที่สร้างไว้อีกครั้ง โดยนกนางแอ่นจะใช้รังซ้ำอย่างน้อย 5 ครั้งหรือจนหมดอายุขัยของพวกมัน และจะมีนกคู่ใหม่มาใช้ต่อหากพบรังที่ว่างเปล่า

นกนางแอ่นมีวิธีการหาทิศทางกลับมายังรังเดิมได้อย่างไร

หากเป็นคนก็นั่งเครื่องบิน รถยนต์ หรือรถไฟกลับบ้านได้อย่างง่ายดาย แต่นกที่เดินทางอย่างยาวไกลจากประเทศเขตร้อนทางตอนใต้กลับมายังญี่ปุ่นจะใช้ปัจจัยร่วมกันหลายอย่างเพื่อบินกลับมายังรังเดิม ซึ่งมีดังนี้ คือ

  1. การจำสภาพภูมิศาสตร์ที่บินผ่าน ได้แก่ ชายฝั่งทะเล เกาะ แม่น้ำ ต้นไม้ ทุ่งหญ้า อาคารและสัญลักษณ์เด่นต่างๆ นกวัยอ่อนจะเรียนรู้จากนกตัวเต็มวัย เพราะนกตัวเต็มวัยที่มีประสบการณ์มากกว่าจะจำทางได้ดี และมักจะบินกลับมาถึงรังก่อน
  2. การหาทิศทางโดยใช้ทิศทางของดวงอาทิตย์ เนื่องจากนกนางแอ่นเป็นนกที่อพยพในตอนกลางวัน พวกมันจึงใช้ตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในการนำทาง อย่างไรก็ดีในวันที่มีเมฆมากหรือฝนตกมองไม่เห็นแสงอาทิตย์ ก็อาจจะเป็นอุปสรรคให้เกิดการหลงทางได้
  3. การหาทิศทางโดยใช้สนามแม่เหล็กซึ่งอาจจะมีระบบบ่งชี้ทิศเหนืออยู่ในดวงตาของนก ทำให้นกบินกลับมาในเส้นทางไปทางทิศเหนือได้อย่างถูกต้อง นอกจากนี้ นกส่วนใหญ่จะมีแร่แม่เหล็กหรือแร่แมกนีไทต์อยู่ที่จะงอยปาก ซึ่งจะจัดตำแหน่งตามสนามแม่เหล็กและเป็นเหมือนเข็มทิศให้นกบินไปถูกทาง

นกนางแอ่นที่เป็นหม้ายจะมีโอกาสวางไข่ได้อีกหรือไม่

ด้วยการเดินทางที่ยาวไกลทำให้นกหลายตัวต้องตายไปในระหว่างทาง ส่งผลให้นกหลายตัวเป็นหม้าย โดยทั่วไปนกที่อายุมากมักจะมาถึงรังของพวกมันก่อน หากมันไม่มีคู่ก็จะมีนกรุ่นอ่อนที่มาจับคู่ผสมพันธุ์ วางไข่ ฟักไข่ และช่วยกันเลี้ยงลูกต่อไป

 

การได้รู้ถึงความยากลำบากของนกนางแอ่นทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าเราโชคดีที่เกิดมาเป็นมนุษย์ที่มีสิ่งอำนวยสะดวกต่างๆ มากมาย หากวันใดที่รู้สึกเหนื่อยหรือท้อแท้ก็ให้คิดถึงนกนางแอ่นและนกอพยพอีกหลากหลายชนิด ว่าพวกมันลำบากกว่าเราเยอะค่ะ

สล็อตเว็บตรง

ครั้งแรกของญี่ปุ่น! กับบริการทางการแพทย์สุดสะดวกบนสถานีรถไฟ

ครั้งแรกของญี่ปุ่น! กับบริการทางการแพทย์สุดสะดวกบนสถานีรถไฟ

บริษัทรถไฟญี่ปุ่นตะวันออก (JR East Group) เล็งเห็นถึงช่องว่างทางการแพทย์ระหว่างเมืองที่เป็นศูนย์กลางและแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศญี่ปุ่น จึงกำลังดำเนินการส่งเสริมบริการทางการแพทย์ “Smart Health Station” หรือ “คลินิกอัจฉริยะ” บนชานชาลาสถานีรถไฟ JR Nishi-Kokubunji สาย Chuo Line ที่สามารถเข้ารับการรักษาได้ทั้งแบบโดยตรงและออนไลน์ ซึ่งจะเปิดให้บริการจริงในเดือนเมษายน 2022 นี้ และมีแผนที่จะขยายกิจการไปยังส่วนต่างๆ ของญี่ปุ่นในอนาคตอีกด้วยค่ะ

ที่มาของ Smart Health Station

ด้วยสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ยืดเยื้อมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ทำให้รูปแบบการใช้ชีวิตของเราเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในหลายๆ ด้าน การรับบริการทางด้านการแพทย์ก็เช่นกัน ความกังวลเรื่องความเสี่ยงที่จะติดเชื้อทำให้ไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้ หรือปัญหาไม่สามารถไปเข้ารับการรักษาได้เนื่องจากติดชั่วโมงทำงาน หรือเวลาในการรอรักษานานเกินไป เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดความคิดเกี่ยวกับบริการรูปแบบใหม่ที่เป็นการรักษาทางออนไลน์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ COVID-19 นี้ขึ้นมานั่นเองค่ะ

คลินิกที่ว่านี้มาภายใต้คอนเซปต์ “Hybrid Clinic เคียงข้าง “การใช้ชีวิต” ของคนวัยทำงาน” มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกให้กับคนทำงานที่มักมีปัญหาไม่สามารถปรับเวลาการทำงานกับเวลานัดเพื่อทำการรักษาให้ตรงกันได้ โดยมีแผนเปิดให้บริการในเดือนเมษายน 2022 กำหนดการเปิดให้บริการวันธรรมดา เวลา 8:00-12:00 น. 13: 00-21: 00 น. / วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9:00-13:00, 14:00-18:00 สำหรับการรักษาแบบตัวต่อตัวก็จะเป็นอายุรกรรมทั่วไป ส่วนการรักษาแบบออนไลน์นั้นจะมีทั้งการรักษาด้านผิวหนัง, หู คอ จมูก, สูตินารีเวช และอื่นๆ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นพิจารณาค่ะ

จุดเด่นของการรักษาแบบออนไลน์

เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คลินิกอัจฉริยะนี้จึงริเริ่มการให้บริการรักษาแบบออนไลน์ ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาในการรอคิวตรวจ มาพร้อมการให้บริการที่มอบความสบายใจให้กับคนไข้ขณะเข้ารับการรักษา และแนบแนวทางการรักษาออกมาให้ได้ในทันทีอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกล้องส่องพิเศษที่จะทำให้วินิจฉัยผิวหนังของคนไข้ได้อย่างแม่นยำไม่แพ้การเข้าพบหมอตัวต่อตัวเลยทีเดียวค่ะ

นอกจากนี้เพื่อให้คนไข้รู้สึกปลอดภัยในการเข้ารับการรักษา ยังมีการประสานงานกับสถานพยาบาลในละแวกใกล้เคียงและโรงพยาบาลหลัก เพื่อส่งต่อคนไข้ให้ได้เข้ารับการรักษาขั้นสูงต่อไปตามอาการได้อีกด้วยล่ะค่ะ และการรักษาแบบออนไลน์นี้ไม่ได้อำนวยความสะดวกเฉพาะแก่คนไข้เท่านั้น แต่ยังสะดวกสำหรับแพทย์ที่ต้องเลี้ยงลูกทำให้มีเวลาทำงานจำกัด ช่วยให้สามารถทำงานได้อิสระมากขึ้นอีกด้วย

ร้านขายยาแบบ Self Care

ที่ญี่ปุ่นเราจะไม่สามารถเดินไปซื้อยาเองได้เว้นแต่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ แต่ไม่ใช่สำหรับ Smart Health Station แห่งนี้ เพราะภายในสถานีมีร้านขายยาที่สามารถเดินเข้าไปซื้อยาของโรงพยายาลเองได้โดยที่ไม่ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์อยู่ด้วย

 


ข้อดีของร้านขายยาแห่งนี้คือ
– ซื้อยาได้ภายใน 10 นาที หลังจากปรึกษากับเภสัชกรถึงอาการต่างๆ ของเราแล้วก็สามารถซื้อยาได้ทันทีภายในเวลาไม่เกิน 10 นาทีเท่านั้น
– ราคาถูก ยาที่นี่มีราคา 200 เยน 10 เม็ด ซึ่งมีราคาเท่ากันหรือถูกกว่าไปโรงพยาบาล
– ปรึกษาเภสัชกรได้

การมีคุณภาพชีวิตที่ดีมักมาพร้อมกับสุขภาพร่างกายและจิตใจที่ดีด้วยเช่นกัน ดังนั้นการเข้ารับการรักษาหรือได้รับบริการทางการแพทย์ที่ครอบคลุมและทั่วถึงนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่ง แต่ภายใต้สถานการณ์และปัญหาที่ส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตในปัจจุบันนี้ ทำให้การรักษาทางการแพทย์อาจเข้าถึงได้ยากขึ้น ทาง JR East Group จึงมุ่งมั่นที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการ “ใช้ชีวิต” ให้กับทั้งคนไข้และแพทย์ขึ้น โดยเริ่มจากการกระจายโอกาสให้ผู้คนเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้โดยที่ไม่ต้องรอคิวเป็นเวลานานๆ เดินทางได้สะดวก รู้สึกปลอดภัยและสบายใจที่จะเข้ารับการรักษา นับว่าเป็นอีกหนึ่งแนวคิดที่เป็นประโยชน์มากๆ เลยค่ะ

สล็อตเว็บตรง

ทำอาหารกินเองให้ประหยัด ต้องรู้จักซื้อผักที่เก็บได้นาน

ทำอาหารกินเองให้ประหยัด ต้องรู้จักซื้อผักที่เก็บได้นาน

ช่วงข้าวยากหมากแพงแบบนี้ คงมีหลายคนเริ่มสนใจการทำอาหารกินเองมากขึ้นแน่ ๆ เลย เพราะนอกจากจะประหยัดต้นทุน ซื้อครั้งเดียว ทำกินได้หลายมื้อแล้ว ยังลดความเสี่ยงจากการสัมผัสเชื้อโควิดในร้านอาหารโดยตรงอีกด้วย วันนี้เรานำความรู้จากแม่บ้านชาวญี่ปุ่นมาฝากกันค่ะ รู้หรือไม่คะ หากเราเลือกซื้อผักที่สามารถเก็บไว้ได้นาน เราจะสามารถนำผักนั้นมาประกอบอาหารได้หลายมื้อเลย เป็นผลทำให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อวัตถุดิบลงได้นั่นเอง

1. มันฝรั่ง – เก็บในช่องเก็บผักได้นาน 6 เดือน

มันฝรั่ง

มันฝรั่งเป็นผักที่สามารถนำไปประกอบอาหารได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นแกงกะหรี่ ซุปมันฝรั่ง หรือสลัดมันฝรั่ง แถมยังสามารถเก็บในอุณหภูมิปกติ ในที่แห้งและพ้นแสงได้นานถึง 3 เดือน ด้วยวิธีใส่มันฝรั่งลงในถุงถนอมอาหารหรือห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ ยังสามารถเก็บในช่องแช่ผักได้นานถึง 6 เดือน ด้วยการห่อทิชชู่หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วใส่ลงในถุงพลาสติกอีกที เพื่อไม่ให้ตัวมันฝรั่งเย็นจนเกินไป และว่ากันว่า หากเก็บมันฝรั่งไว้ในที่ที่อุณหภูมิต่ำ จะช่วยเพิ่มความหวานให้มากขึ้นด้วยค่ะ

2. ฟักทอง – เก็บที่อุณหภูมิห้อง ในที่แห้งและพ้นแสง ได้นาน 2-3 เดือน

ฟักทอง 1 ลูก หากห่อด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์จะสามารถเก็บไว้ข้างนอกได้นานถึง 2-3 เดือนกันเลยทีเดียว แต่หากเป็นฟักทองที่โดนหั่นหรือตัดแล้วจะเสียง่าย ควรรีบกินให้หมดภายใน 1 อาทิตย์จะดีกว่าค่ะ นอกจากนี้ ฟักทองที่หั่นขายแยกเป็นชิ้นในซูเปอร์มาเก็ตก็มักจะเสียง่ายตรงบริเวณเยื่อและเมล็ด หลังจากซื้อแล้ว ให้ใช้ช้อนขูดเอาเยื่อและเมล็ดออกก่อน จากนั้นห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหารบริเวณรอยตัด แล้วเก็บในช่องแช่ผักในตู้เย็นอีกที ก็จะช่วยให้เก็บได้นานขึ้นค่ะ

3. หอมหัวใหญ่ – เก็บที่อุณหภูมิห้อง ในที่แห้งและพ้นแสง ได้นาน 2 เดือน

หอมหัวใหญ่เป็นผักที่ไม่ชอบอากาศร้อนและความชื้น ควรเก็บรักษาไว้ที่อุณหภูมิห้อง ในบริเวณที่แห้ง พ้นแสง และอากาศถ่ายเทสะดวก วิธีเก็บรักษาที่อยากแนะนำเลยก็คือ ให้ใส่ในตาข่ายแล้วแขวนไว้ค่ะ แล้วใช้หนังยางหรือเชือกรัดหัวหอมในตาข่ายให้แยกออกจากกันเป็นลูก ๆ เพื่อไม่ให้หัวหอมติดกันค่ะ หรือจะใช้วิธีใส่หอมหัวใหญ่ลงในตะกร้า กระจาย ๆ ไม่ให้ซ้อนกันแล้วแขวน หรือจะใช้หนังสือพิมพ์ปูเป็นฐานในกล่องลังจากนั้นใส่หัวหอมลงไปแล้วปิดทับด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ด้านบนก็ได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ หัวหอมที่ยังสด ๆ อยู่จะมีน้ำค่อนข้างมากจึงเก็บได้ไม่นาน ควรเก็บไว้ในตู้เย็น โดยการห่อด้วยหนังสือพิมพ์ทีละลูกแล้วใส่ถุงพลาสติก จะช่วยให้เก็บได้นานถึง 1 สัปดาห์เลยทีเดียว แต่หากเป็นหอมหัวใหญ่ตัดแล้วที่เหลือจากการประกอบอาหาร ควรห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหารแล้วบริโภคให้หมดภายใน 3-4 วัน

4. ผักกาดขาว – เก็บที่อุณหภูมิห้อง ในที่แห้งและพ้นแสง ได้นาน 2 สัปดาห์ และในตู้เย็นได้นาน 2 เดือน

ผักกาด

หากผักกาดขาวยังเป็นหัวอยู่ ให้เก็บไว้ด้านนอกที่อุณหภูมิห้อง ในที่แห้งและพ้นแสง โดยห่อทั้งหัวด้วยหนังสือพิมพ์แล้วจับแกนตั้งไว้กับพื้น นอกจากนี้ การดึงใบออกมาทีละใบ ๆ ให้เพียงพอต่อการประกอบอาหาร แทนการหั่นออกเป็นหลาย ๆ ส่วน ก็จะช่วยยืดอายุให้กินได้นานขึ้นด้วยเช่นเดียวกันค่ะ แต่หากเป็นผักกาดแบบที่เขาตัดแบ่งขายแล้วละก็ ต้องเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิประมาณ 0-5 องศาเท่านั้นนะคะ นอกจากนี้ การตัดแกนออกจากหัวผักกาด แล้วใช้ทิชชู่ชุบน้ำให้เปียกห่อบริเวณที่ตัดเอาไว้ จากนั้นก็ห่อด้วยฟิล์มถนอมอาหารหรือถุงพลาสติก ก็จะช่วยให้เก็บได้นานมากยิ่งขึ้นไปอีกค่ะ

5. แครอท – เก็บในตู้เย็นได้นาน 2-3 สัปดาห์

แครอท

 

แครอทเป็นผักที่มีความชื้นต่ำ นิยมนำมาประกอบอาหารในหลาย ๆ เมนู ด้วยความที่ตัวผักมีน้ำน้อย แค่ห่อด้วยกระดาษทิชชู่หรือกระดาษหนังสือพิมพ์ทีละหัว ๆ ก็จะช่วยยืดอายุและช่วยป้องกันไม่ให้ผิวแครอทเหี่ยว โดยหลังจากห่อเสร็จแล้ว ให้ใส่ถุงพลาสติกรวมกันเอาไว้ ผูกปากถุงหลวม ๆ จากนั้นเรียงใส่ตู้เย็นในแนวตั้ง ก็จะทำให้มีอายุอยู่ได้นานถึง 2-3 สัปดาห์

นอกจากผักเหล่านี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายของเราลงแล้ว มันยังหาซื้อได้ง่าย ราคาไม่แพง แถมยังนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนูอีกด้วย ทุกคนก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ แต่ยังไงแล้ว สิ่งสำคัญเลยก็คือ ก่อนซื้อควรกะปริมาณผักที่จะนำไปประกอบอาหารให้พอดี 1 อาทิตย์ อย่าซื้อผักตุนไว้เยอะจนเกินไป เพราะถึงแม้ว่าผักนั้นจะเก็บได้นาน แต่ยิ่งนานวันคุณค่าทางอาหารก็จะยิ่งลดลงเรื่อย ๆ ทางที่ดีรีบกินตอนที่มันยังสดใหม่ดีกว่านะคะ

สล็อตเว็บตรง

การใช้ประโยชน์ของขวด PET อย่างน่าทึ่งในช่วงเกิดภัยพิบัติในญี่ปุ่น

การใช้ประโยชน์ของขวด PET อย่างน่าทึ่งในช่วงเกิดภัยพิบัติในญี่ปุ่น

ในช่วงตั้งแต่ช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน ของทุกปี เป็นสัปดาห์ป้องกันภัยพิบัติในญี่ปุ่น ซึ่งมักมีกิจกรรมและความรู้เกี่ยวกับการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติมาให้คนญี่ปุ่นได้เรียนรู้ และหนึ่งในความรู้ใหม่ล่าสุดจากกรมตำรวจ คือ การใช้ประโยชน์จากขวดพลาสติก PET (PET ย่อมาจาก Polyethylene Terephthalate คือขวดพลาสติกใสที่ใส่น้ำดื่ม) มารู้ความเป็นมาของสัปดาห์ป้องกันภัยพิบัตินี้ และการใช้ประโยชน์จากขวดพลาสติก PET เมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น แผ่นดินไหวและน้ำท่วมหนักกันค่ะ

ความเป็นมาของสัปดาห์ป้องกันภัยพิบัติ

วันที่ 1 กันยายนของทุกปีเป็นวันป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติ (Bosai no hi, 防災の日) รัฐบาลกำหนดวันนี้ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนทุกคนได้รำลึกถึงเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นในภูมิภาคคันโตเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2466 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตและสูญหายมากกว่า 100,000 คน โดยวันนี้เป็นวันที่ให้ทุกคนกลับมาทบทวนการเตรียมพร้อมรับมือและเอาตัวรอดจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เช่น โรงเรียนทุกระดับชั้นในญี่ปุ่นจัดให้มีการซ้อมอพยพเมื่อเกิดภัยแผ่นดินไหวขึ้น และในช่วงตั้งแต่ช่วงวันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน ของทุกปีเป็นสัปดาห์ป้องกันภัยพิบัติที่บริษัทและหน่วยงานท้องที่หลายแห่งร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้ในการเอาตัวรอดจากภัยพิบัติต่างๆ โดยมีการจัดฝึกอบรมและแสดงวิธีการใช้ถังดับเพลิง วิธีใช้เครื่องกระตุกหัวใจด้วยไฟฟ้า (AED) และวิธีอพยพเมื่อเกิดแผ่นดินไหวอย่างถูกต้อง รวมถึงเป็นสัปดาห์ที่ให้คนญี่ปุ่นตรวจกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อนำอาหารหรือเครื่องดื่มที่ใกล้หมดอายุออกมารับประทานแล้วนำอาหารหรือเครื่องดื่มที่ซื้อมาใหม่ใส่กลับไปในกระเป๋าฉุกเฉินเพื่อเตรียมไว้ในคราวที่เกิดแผ่นดินไหวจริง

วิธีการนำขวดพลาสติก PET มาใช้ประโยชน์ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติ

เมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น น้ำและอาหารเป็นของจำเป็นที่ต้องประหยัด ได้มีคำแนะนำการใช้ประโยชน์ของขวดพลาสติก PET จากกองมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กองบัญชาการตำรวจนครบาล ดังนี้

ใช้ส่วนบนของขวดพลาสติก PET เพื่อปิดผนึกถุงพลาสติก

ถุงพลาสติกหนึ่งใบและส่วนบนของขวด PET จะมีค่ามากในยามที่เกิดแผ่นดินไหวอย่างรุนแรงหรือน้ำท่วมหนัก ส่วนบนขวด PET สามารถใช้ปิดปากถุงพลาสติกที่เก็บอาหาร ขนม และน้ำได้ อีกทั้งยังใช้ทำถุงเย็นและถุงขยะได้ด้วย วิธีการทำได้โดยใช้มีดหรือกรรไกรตัดเอาส่วนบนของขวดพลาสติก PET ออกมา เปิดฝาขวดออก แล้วสอดปากถุงพลาสติกใส่อาหารหรือขนมที่รับประทานไม่หมดผ่านปากขวด พับถุงและใช้ฝาปิดปากขวดไว้ ซึ่งทำให้ได้ถุงสุญญากาศที่เก็บอาหารและขนมไว้รับประทานได้หลายวัน อย่างไรก็ดี มีข้อควรระวังในการตัดขวด PET คือ ขวด PET จะลื่น ตอนใช้มีดตัดควรระวังอย่าให้มีดบาดมือ และส่วนที่เกิดจากการตัดอาจคมและทำให้บาดมือได้ จึงควรใช้อย่างระมัดระวังหรือใช้เทปพลาสติกหุ้มรอยตัดของขวด PET ก่อนนำมาใช้

การใช้ประโยชน์ของขวด PET ภัยพิบัติ

การใช้ประโยชน์ของขวด PET ภัยพิบัติ

ใช้ขวดพลาสติก PET เพื่อเป็นฝักบัวอาบน้ำหรือเก็บน้ำสำหรับล้างมือ

ในยามเกิดภัยพิบัติที่จำเป็นต้องใช้น้ำกันอย่างประหยัดเพียงใช้ตะปูหรือของมีคมปลายแหลมเจาะรูตรงตำแหน่งใกล้ก้นขวดพลาสติก PET  1 รู แล้วใส่น้ำและปิดฝาขวดไว้ เมื่อจะใช้ประโยชน์จากน้ำ เช่น นำมาล้างมือหรือล้างจานก็ให้เปิดปากขวด น้ำจะไหลออกมาตามรู และเมื่อใช้เสร็จก็ปิดฝาขวดไว้ให้แน่น ซึ่งจะทำให้น้ำหยุดไหลและช่วยประหยัดน้ำได้ดี นอกจากนี้ หากใช้ของแหลมเจาะที่ฝาปิดขวด PET ประมาณ 2-3 รู แล้วนำฝานั้นมาปิดขวดน้ำก็สามารถใช้อาบน้ำแทนฝักบัวที่ประหยัดน้ำได้

การใช้ประโยชน์ของขวด PET ภัยพิบัติ

 

การใช้ประโยชน์ของขวด PET ภัยพิบัติ

นอกจากประโยชน์ข้างต้นแล้วก็ยังใช้ขวด PET เติมน้ำร้อนเพื่อใช้ให้ความอุ่นแทนถุงร้อนได้เช่นกัน แม้ไม่เกิดภัยพิบัติก็สามารถใช้ประโยชน์จากขวด PET ดังกล่าวในชีวิตประจำวันได้ค่ะ หากสนใจลองนำไปใช้ดูค่ะ      สล็อตเว็บตรง

วัตถุเจือปนอาหาร 3 ชนิดที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่นแนะนำให้หลีกเลี่ยง

วัตถุเจือปนอาหาร 3 ชนิดที่ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่นแนะนำให้หลีกเลี่ยง

มีผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปหลากหลายชนิดที่มีรสชาติอร่อยและช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้คนในปัจจุบัน แต่ก็มีการใช้วัตถุเจือปนอาหารมากกว่า 1,500 ชนิด ในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารญี่ปุ่นได้ออกมาเตือนให้ระวังการรับประทานอาหารที่ประกอบไปด้วยวัตถุเจือปนอาหารที่ใช้กันมากเป็นอันดับต้นๆ ในญี่ปุ่น เนื่องจากหากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระดับเซลล์ได้ มารู้กันว่าจำเป็นต้องใช้วัตถุเจือปนอาหารหรือไม่ และวัตถุเจือปนอาหารอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงกันค่ะ

จำเป็นต้องใช้วัตถุเจือปนในอาหารหรือไม่

วัตถุเจือปนเป็นส่วนประกอบในอาหารที่สำคัญเพื่อการถนอมอาหารให้เก็บไว้ได้นานและปลอดภัยจากการปนปื้อนด้วยเชื้อจุลินทรีย์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ อีกทั้งยังทำให้ผลิตภัณฑ์ดูดีน่าดื่มกิน และช่วยลดต้นทุนการผลิต ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารในญี่ปุ่นใช้วัตถุเจือปนอาหารมากกว่า  1500 ชนิด เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์อาหารและอาหารแปรรูปมากมาย แน่นอนว่าการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูปเป็นสิ่งที่ดี แต่ในชีวิตจริง คนบางคนไม่เก่งด้านทำอาหาร บางคนต้องทำอาหารสามมื้อ บางคนทำงานยุ่งมากจนไม่มีเวลา และบางคนต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ดูแลลูก เป็นต้น พวกเขาจำเป็นต้องใช้อาหารแปรรูปเป็นตัวช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แทนการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารแปรรูปจนอาจสร้างความเครียดให้แก่ตนเอง ก็เปลี่ยนมาเป็นทางสายกลางเลือกรับประทานอาหารแปรรูปแบบปลอดภัยโดยดูที่บรรจุภัณฑ์ก่อนการซื้อ

วัตถุเจือปนอาหาร 3 ชนิด ที่รับประทานเป็นประจำแล้วจะส่งผลเสียต่อร่างกายในระดับเซลล์

1. น้ำตาลเทียม

มีการใช้น้ำตาลเทียมได้แก่ แซคคาริน (Saccharin) แอสปาร์เทม (Aspartame) อะซีซัลเฟม เค (Acesulfame K) ซูคราโลส (Sucralose) เป็นต้น เป็นสารให้ความหวานในผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้ และขนมหวาน น้ำตาลเทียมหวานเป็น 200 เท่าของน้ำตาลทั่วไป ซึ่งเป็นการลดต้นทุนการผลิตได้ดี อย่างไรก็ดี น้ำตาลชนิดนี้จะส่งผลเสียต่อร่างกาย โดยจะไปรบกวนการสื่อสารและการทำงานร่วมกันของแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้ นอกจากนี้ เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วสมองซึ่งรับรู้ความหวานของน้ำตาลเทียมจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างอินซูลินซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดออกมา อย่างไรก็ดี ปริมาณน้ำตาลไม่ได้เข้าสู่กระแสเลือดจริง ทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดต่ำและเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และในระยะยาวอาจไปทำลายระบบการควบคุมของระดับน้ำตาลในเลือดให้ผิดปกติไป

วัตถุเจือปนอาหาร หลีกเลี่ยง

2. สารประกอบฟอสเฟต

สารประกอบฟอสเฟตเป็นวัตถุเจือปนที่ใช้กันมากในผลิตภัณฑ์เนื้อแปรรูป เช่น แฮมและไส้กรอก อีกทั้งยังใช้เป็นอิมัลซิไฟเออร์ สารปรับ pH และสารปรับความเป็นกรด เป็นต้น ในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ มีสารประกอบฟอสเฟตหลายชนิดที่ใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป แต่สารประกอบฟอสเฟตที่ควรระมัดระวังไม่รับประทานบ่อยคือ กรดไฟโรฟอสโฟริก (Pyrophosphoric acid) กรดโพลีฟอสโฟริก (Polyphosphoric acid) และกรดเมตาฟอสโฟริก (Metaphosphoric acid) ซึ่งมีคุณสมบัติในการจับแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกายและขับออกทางอุจจาระ แม้ว่าการรับประทานอาหารแปรรูปในปริมาณมากจะไม่ทำให้ร่างกายรับสารประกอบฟอสเฟตสูงเกินจากปริมาณที่กำหนด แต่ก็ควรระวังการขับแร่ธาตุที่จำเป็นออกจากร่างกาย ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

วัตถุเจือปนอาหาร หลีกเลี่ยง

3. น้ำตาลฟรุกโตส

น้ำตาลฟรุกโตสเป็นน้ำตาลที่มีความหวานมากกว่ากลูโคสถึงสองเท่า มีราคาถูก ไม่ตกผลึก และไม่ก่อให้เกิดการเพิ่มของระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว มีการใช้น้ำตาลชนิดนี้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น เครื่องดื่มบำรุงกำลัง น้ำอัดลม ผลิตภัณฑ์น้ำผลไม้ ขนมและของว่างต่างๆ แกงกะหรี่สำเร็จรูป และซอสมะเขือเทศ เป็นต้น จากการศึกษาในหนูพบว่าน้ำตาลฟรุกโตสจะถูกเปลี่ยนเป็นสารที่จำเป็นสำหรับการเจริญของเซลล์มะเร็งโดยเฉพาะเซลล์มะเร็งในลำไส้ใหญ่ อีกทั้งยังมีงานวิจัยว่าการรับประทานน้ำตาลฟรุกโตสในปริมาณที่มากเกินไปยังก่อให้เกิดโรคมะเร็งตับอ่อน ปอด และเม็ดเลือดได้ด้วย นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดการสะสมของไตรกลีเซอไรด์ในเลือดซึ่งเป็นสาเหตุของโรคอ้วนและโรคหลอดเลือดหัวใจด้วย

ผลไม้มีน้ำตาลฟรุกโตสสูง แต่ผลไม้มีวิตามิน แร่ธาตุ และเส้นใยอาหาร ซึ่งร่างกายจะเผาผลาญน้ำตาลชนิดนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าน้ำตาลฟรุกโตสซึ่งเป็นส่วนประกอบในเครื่องดื่มหรือขนมหวาน ดังนั้นหากอยากรับประทานอะไรที่หวานๆ ผลไม้เป็นของว่างที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าผลิตภัณฑ์อาหารหรือเครื่องดื่มที่ผสมน้ำตาลฟรุกโตส

 

วัตถุเจือปนอาหาร หลีกเลี่ยง

วัตถุเจือปนอาจไม่มีปัญหาต่อสุขภาพสำหรับคนที่มีสุขภาพแข็งแรงถ้าไม่รับประทานในปริมาณที่มากจนเกินไป  อย่างไรก็ดี สำหรับผู้ที่มีความผิดปกติหรือมีโรคประจำตัว และอยากให้ตนเองมีสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ก็ควรดูส่วนประกอบของวัตถุเจือปนอาหารในบรรจุภัณฑ์ก่อนการเลือกซื้อค่ะ

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์